ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่เจน พี่สาวจอมเฮี๊ยบของผมดำเนินไปตามทางของมันนะครับ ส่วนใหญ่เราก็ดูตำรากัน ว่างๆ เราก็มาสานสัมพันธ์พี่น้องกัน ด้วยความระมัดระวังครับไม่หักโหม อย่างหนึ่งก็คือพี่เจนก็ยังเป็นพี่เจนครับ ยังเฮี๊ยบอยู่ คืออย่างไรก็ตามห้ามขี้เกียจ ห้ามเกรดตก ชีวิตในโรงเรียนของผมก็ไปตามปกติ ทำกิจกรรมบ้าง เล่นกีฬาบ้าง เพื่อนฝูงกุล่มเดิมที่เฮฮากันอยู่ก็ยังอยู่เกือบครบ คือบางคนก็เปลี่ยนไปกลุ่มอื่น บางคนก็เข้ามากลุ่มเรา ที่แปลกหน่อยคือมีเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งมาอยู่ในกลุ่มเราด้วยคือ อุมาพร แต่กลุ่มผมนี่ยังเคร่งเรื่องการเรียน ส่วนกิจกรรมดูหนังอย่างว่าก็จะซาๆ ไปแหละครับ เรียกว่าเกือบจะหมดไปเลย
เหลืออยู่เป็นบางครั้งที่อุมาไม่ได้มาด้วยเท่านั้น ก็อย่างไรก็ตาม ยายอุมามันก็เป็นผู้หญิงนี่ครับถ้ามันเป็นกระเทยก็ไปอย่าง พอพวกเราจับมัธยมก็แยกย้ายกันไปเรียนตามที่ต่างๆ ตามแต่ที่ตัวเองถนัดยายอุมาสอบเข้าเรียนที่เดียวกับพี่เจน (จอมเฮี๊ยบ) เพื่อนคนอื่นก็ไปตามทางน่ะครับ แต่เราก็ยังคงนัดเจอกันสม่ำเสมอ พักหลังๆ ยายอุมาก็หายไปบ่อยๆ แล้วก็หายไปเลยจนพวกเราขี้เกียจตาม เพราะอย่างไรยายอุมามันก็เป็นผู้หญิง คงมาร่วมกลุ่มกับพวกเราไม่ถนัดแล้ว พี่เจนบอกว่ายายอุมาน่ะก็ยังเรียนได้คงเส้นคงวาอยู่ แต่ก็ขยันทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นด้วยโดยเฉพาะพวกกิจกรรมพัฒนาชนบท ผมยังฝากพี่เจนไปบอกอุมาว่า ถ้าจะได้สามีเป็นชาวนาชาวสวนก็เลือกที่หล่อๆ หน่อย อย่าให้เสียชื่อกลุ่มเรา ยายอุมาฝากพี่เจนมาด่าผมอื้อเลย
พอผมจบออกมา พี่เจนกับพี่นกก็จบไปได้สองปีแล้วครับ ต่างคนต่างทำงาน แต่มีเวลามาให้น้องชายคนนี้ปรนนิบัติอยู่เนืองๆ จนกระทั่งผมต้องไปทำงานอยู่ที่ชายแดน ตามวิชาชีพแหละครับ เราก็ห่างกันไปบ้าง ส่วนชีวิตที่ชายแดนก็ไม่มีอะไรหวือหวามากหรอกครับ ฝั่งโน้นยิงกันตูมตามโครมครามอยู่เนืองๆ บางทีก็มีลูกปืนหล่นข้ามมาฝั่งเราบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก ที่อยู่อาศัยของผมก็เป็นกระต๊อบมุงแฝกหลังย่อมๆ ครับ ในกระต๊อบมีแคร่ปูไม้ไผ่ไว้เป็นที่นอนและที่นั่งเขียนหนังสือ โต๊ะก็ใช้ลังต่อจากเศษไม้ที่เอาไว้เก็บของใช้ส่วนตัวแหละครับ มีความสุขตามอัตภาพ และปลูกอยู่ห่างจากของพวกลูกน้องออกไปหน่อย พวกนั้นจะได้เฮฮากันได้สะดวกใจ
วันหนึ่งก็มีโทรเลขจากหน่วยใหญ่ว่า จะมีกลุ่มอาสาสมัครด้านสุขภาพ จะมาผ่านทางด้านที่ผมรับผิดชอบอยู่เข้าไป ฝั่งโน้น ให้ผมอำนวยความสะดวกให้ ดูตามโทรเลขที่แจ้งมาแล้วก็เป็นอาสาสมัครขององค์กรด้านสาธารณสุขแห่งหนึ่ง เป็นองค์กรพลเรือนประเภทสาธารณะ พวก NGO แหละครับและที่จะข้ามไปฝั่งโน้นก็จะไปช่วยเหลือด้านสาธารณสุขฝั่งโน้น
อีกสองสามวันถัดมากลุ่มนี้ก็มากัน 5 คนครับ มีผู้หญิงเป็นหัวหน้ากลุ่ม ที่ผมแทบไม่เชื่อสายตาคือ ผู้หญิงคนนั้นคือยายอุมานั่นเอง ผมเห็นยายอุมาทำหน้าเครียดๆ เลยไม่ทักทาย แต่ก็ต้องตรวจสอบหลักฐานจำพวกบัตรประจำตัวหนังสือนำจากตัวองค์กร หนังสืออนุญาตข้ามแดน หนังสือรับรองของสถานกงสุล และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ระหว่างที่นั่งรอนี่ยายอุมานั่งหน้าเครียด คงยังจำผมไม่ได้เพราะผมคล้ำกว่าสมัยก่อน ตัดผมสั้นเกรียน แล้วเครื่องแบบที่ใส่อยู่มันก็ทึมๆ ยายนี่คงนึกว่าผมเป็นพวกทหารหัวรั้นทั่วๆ ไปกระมังครับ
"คุณจะดูเอกสารอีกนานมั๊ย" เสียงยายอุมาถามแทรก ระหว่างที่ผมพลิกบัตรประจำตัวของพวกเขาคนหนึ่งขึ้นอ่านรายละเอียด แล้วบันทึกลงสมุดไว้
"ก็จนกว่าจะละเอียดพอแหละครับ" ผมตอบไปทันที ในหัวนึกแต่ว่าพวก NGO นี่ฝึกคนมาได้เหมือนๆ กันจริง คือคิดแต่ว่าธุระของพวกฉันสำคัญที่สุด ฉันไม่สนว่าคนอื่นจะมีงานมีหน้าที่อะไรทั้งสิ้น พวกฉันทำงานให้ประชาชน ดังนั้นคนอื่นๆ จะต้องอำนวยความสะดวกให้ฉัน
"ดูเป็นชาติ ชาติ" บ่นเสียงเบาลง
"เมื่อไรชั้นจะได้ไปทำงานของชั้นซะทีล่ะ"
"ก็จนกว่าผมจะตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแหละ" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาอุมา ตอบกลับห้วนพอ ๆ กัน
"ไม่รู้จะตรวจอะไรหนักหนากัน น่าเบื่อ"
"ก็ตรวจจนกว่าจะรู้ว่า ถ้าเกิดพวกคุณไปตายฝั่งโน้นแล้วผมจะติดต่ออะไรกับใครได้บ้างแหละ"
"เอ๊ะ .." เสียงเริ่มเขียวขึ้นมา "พูดยังงี้ หมายความว่ายังไง"
"คุณมีงานของคุณ ผมก็มีงานของผม" ผมตอบสวนกลับ แล้วก้มลงบันทึกต่อ พยายามซ่อนยิ้มไว้ให้แนบเนียน อุมานั่งหน้าหงิกไม่พูดไม่จาต่อ
"คุณผ่านเข้าไปตามทางที่เห็นนั่น" ผมชี้ให้อุมาดูแนวถนนที่เธอจะต้องพาพวกผ่านไป
"คุณต้องกลับออกมาก่อน 5 โมงเย็น"
"นายจะบ้าเหรอไง 5 โมงเย็น ชั้นจะทำงานได้แค่ไหน"
"คุณมีเวลาที่นี่เป็นเดือน คงทำได้เยอะอยู่หรอก แต่ผมมีหน้าที่ควบคุมช่องทางนี้ หลัง 5 โมงเย็นเราจะปิดช่องทาง ถ้าคุณไม่มาก็ต้องค้างฝั่งโน้น" ผมตอบเรียบ ๆ แต่แทบจะกลั้นยิ้มไม่อยู่
"แล้วตอนนี้เกือบสามโมงแล้ว พวกชั้นจะกลับมาทันยังไง"
"ก็ยังไม่ต้องไปซิ" ผมเงยหน้าขึ้นจ้องตาอุมา ตาคู่นั้นถึงจะฉายแววโมโหแต่ก็ยังคงมุ่งมั่นเหมือนเดิม
"บ้าเอ๊ย... ทำงานกันยังงี้โลกมันถึงไม่เจริญซะที" อุมากระแทกเสียงใส่ หน้าหงิกเต็มที่ หน้าตาแบบนี้พวกเรารู้ดีว่ายายอุมากำลังจะตบะแตก แต่แล้วก็ชะงักเมื่อผมหัวเราะออกมาเพราะกลั้นไม่อยู่อีกแล้ว
"บ้าเหรอ"
"ไม่หรอก อุมา นายนี่ ยังไม่เลิกเฮี๊ยวอีกเหรอ" ผมตอบกลั้วหัวเราะ
"นี่นาย อย่ามาทำตีสนิท ชั้นไม่ใช่เพื่อนเล่นนาย" ถึงคิ้วหนาดำจะขมวดแต่เสียงก็อ่อนลง สายตากวาดมาหยุดที่ป้ายชื่อหน้าอกเสื้อของผม
"นาย... เอง.. ไอ้โจ.. มาทำอะไรอยู่ที่นี่"
"เออ.. นายนี่ไม่ดูตาม้าตาเรือเหมือนเดิม" ผมหัวเราะ มองไปเห็นพวกของอุมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"ชั้นก็มาทำงานซิวะ"
"นี่ชั้นจะข้ามไปได้หรือยังล่ะ" อุมายังไม่เลิกละ
"วันนี้ไม่ได้แล้ว พวกนายกลับมาไม่ทันหรอก คืนนี้ค้างนี่แหละ เดี๋ยวเลี้ยงข้าว พรุ่งนี้เช้าค่อยไปจะให้คนไปส่ง" ผมตอบแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้
"บ้าเอ๊ย นี่นายจะหยวน ๆ เพื่อนหน่อยไม่ได้เหรอ" อุมาขยับเข้ามาชิดโต๊ะ ผมจึงสังเกตอุมาได้ถนัดขึ้น อุมาคล้ำกว่าเดิมบ้างคงเป็นเพราะงานของเธอ ตัดผมบ๊อบสั้นอย่างที่เคยบอกว่าดูแลง่ายดี แต่นัยตายังคงมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้เหมือนเดิม
"ไม่มีทางหรอก ช่วงนี้ฝั่งโน้นอันตราย ชั้นไม่ให้นายไปค้างหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไป" ผมตอบแล้วหันไปบอกลูกน้องให้พาเพื่อนของอุมาไปหาที่พัก ก็เบียดๆ กันในกระต๊อบของลูกน้องของผมเอง แล้วลุกขึ้นคว้ากระเป๋าอุมาเดินไปที่กระต๊อบของผม ระหว่างทางแวะสั่งโรงครัวให้เพิ่มอาหารสำหรับกลุ่มของ อุมาด้วย พอถึงผมกวาดของของผมไปข้างๆ แล้ววางกระเป๋าอุมาลงบนเตียง
"คืนนี้นายนอนนี่ กระต๊อบชั้น ปลอดภัยแน่นอน"
"แล้วนายไปนอนไหน" อุมาถามตอนที่เบียดผ่านตัวผมเข้าไปนั่งบนเตียง หน้าอกใต้เสื้อเบียดกับหน้าอกผม ถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่อยู่ในเสื้อตัวโคร่งนั่นก็ไม่เบาเหมือนกัน
"ไม่ต้องห่วงชั้นหรอก" ผมตอบสบายๆ
"ห้องน้ำอยู่ข้างหลังนะ"
อาหารมื้อเย็นจัดตามปกติของพวกเรา พวกของอุมาพรมานั่งกินกับผม ระหว่างอาหารพวกนี้ซักถามเรื่องฝั่งโน้นกันแทบตลอดเวลา ผมก็อธิบายให้พวกเขาเข้าใจ รวมทั้งเหตุที่ผมต้องจดบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ด้วย อุมาสวมกางเกงยีนส์เสื้อยืดค่อนข้างหนาแต่ก็ยังเห็นได้ว่าไอ้ที่เธอเอามาเบียดผมตอนบ่ายนั่นไม่ใช่เล็กๆ ส่วนที่ผมเบาใจคือทั้งกลุ่มกินง่ายๆ และกระตือรือร้นที่จะทำงาน หลังอาหารก็แยกย้ายกันไปตามกระต๊อบที่จัดให้นอน ผมเดินไปส่งอุมาที่กระต๊อบ
"นายไปนอนไหนล่ะ โจ" อุมาพรหันมาถาม
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า" เรานอนยังไงก็ได้ นายนอนสบาย ๆ เถอะ"
"แต่แหม.." อุมาพรทำหน้าอึดอัด
"เรามายึดกระต๊อบนายนี่นะ"
"หรือจะให้เรานอนด้วยล่ะ" ผมตอบกวน ๆ ด้วยความเคยปาก
"ไม่รับประกันความประพฤตินะ" อุมานิ่งไปนิดหนึ่ง
"ดีซิโจ นอนกับเราก็ดี แถว ๆ นี้น่ากลัวเหมือนกัน" ผมเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
"นายทำงานอย่างนี้ยังกลัวเหรอ"
"ปกติเราอยู่กันทั้งกลุ่มน่ะ แต่แยกมานอนโดด ๆยังงี้ไม่เคยนะ แล้วที่นี่ก็ทั้งมืดทั้งเงียบด้วย"
"นายไม่กลัวเราปล้ำเอาเหรอ" ผมถามต่อ
"ไอ้บ้า จะนอนหรือเปล่า" เสียงเริ่มเขียว ดูเหมือนผมจะเห็นว่ายายอุมาพรหน้าแดงด้วย
"ก็ได้ งั้นเดี๋ยวเราอาบน้ำก่อน" ผมผลุบเข้าไปเอาเสื้อผ้าและขันน้ำออกมา อ้อมไปอาบน้ำในซุ้มที่ปลูกไว้ด้านหลัง
"นายมาอยู่นานหรือยังน่ะ โจ" อุมาถามจากในกระต๊อบแสงเทียนที่จุดข้างในวับแวมลอดออกมา
"ปีกว่าแล้ว" ผมตอบขณะที่ฟอกสบู่แรงๆ อากาศหัวค่ำเริ่มจะเย็น ตามปกติของที่นี่ ยิ่งเราอยู่ในป่าแล้วอากาศจะเย็นเร็ว ถึงจะเป็นกลางหน้าร้อนก็ตาม
"เออ พักหลังๆ นายไม่ได้มางานนัดพบเลยนี่อุมา ไปทำอะไรที่ไหนล่ะ"
"ก็ทำกิจกรรมน่ะ แล้วเราก็ทำงานด้วย พวกเราสบายดีเหรอ..."
"ฮื่อ.. มีเราคนเดียวที่ออกมาอยู่อย่างนี้" ผมเริ่มเช็ดตัว เสียงอุมาพรเงียบไป แต่ทำอะไรกุกกักอยู่ในห้อง สวมกางเกงแบบตังเกที่ใส่นอน กับเสื้อยืด
"นายทำอะไรอยู่น่ะ โป๊หรือเปล่า"
"เข้ามาเหอะ ถ้าอยากดูเดี๋ยวจะแก้ให้ดู"
อุมาตอบกลั้วหัวเราะ ผมเข้าไปเห็นอุมานอนอยู่บนแคร่ เปลี่ยนกางเกงยีนส์เป็นกางเกงตังเกเหมือนผม แต่ยังสวมเสื้อยืดตัวเดิม ผมเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดที่ใส่วันนี้พาดราวอีกด้านไว้ ชุดชั้นในของอุมาพาดอยู่ราวล่างที่ผมขึงไว้สำหรับตากกางเกงในกับถุงเท้า คะเนด้วยสายตา จากขนาดเสื้อชั้นในแล้วถันของอุมาพรคงอวบอัดและขนาดเกินตัวทีเดียว ผมรูดซิปผ้าตู้พลาสติกสำหรับใส่เสื้อผ้า ค้นเอาหมอนพลาสติกมาเป่าลมจนได้ที่ แล้วดึงเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ออกมา อีกผืนอุมาพังพาบเอามือเท้ามองดูผมทำเงียบๆ ผมหันไปยิ้มให้แล้วเอาผ้าใบมาปูพื้นก่อนโยนหมอนเป่าลมไปกอง
"นายจะนอนนั่นเหรอ" อุมาถาม
"อ้าว.." ผมร้อง "แล้วนายจะให้เรานอนเบียดเหรอ" ผมย้อนถามเพราะขนาดแคร่ที่ผมทำนั่นถึงจะเผื่อไว้สำหรับนั่งทำงานได้ แต่ถ้าจะนอนสองคนก็ต้องเบียดๆ กันหน่อย
"ก็ได้ โจ อย่านอนข้างล่างเลยนะ" อุมาตอบแล้วขยับตัวเข้าด้านใน
"ทำให้เรารู้สึกเหมือนมาทำให้นายลำบาก"
"คิดมากไปได้" ผมพูดเบาๆ "ก็ได้" ผมตอบแล้วหยิบหมอนขึ้นแคร่
"นายนอนได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้จะต้องเดินอีกไกลเหมือนกัน" ผมบอก อุมาพยักหน้าแล้วล้มตัวลงนอน ผมเป่าเทียนดับลงทำให้กระต๊อบมืดแทบจะสนิท ด้านนอกมาเสียงคนพูดคุยกันงึมงำแว่วๆ มาตามลมปนด้วยเสียงเรไรและจักจั่น ผมเอนตัวลงนอน จัดหมอนให้เข้าที่ แล้วหลับตา ครู่ต่อมาเสียงหายใจของอุมาก็ราบเรียบสม่ำเสมอแสดงว่ายายอุมาหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว
ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกว่ามีของหนักๆ พาดมาบนหน้าอก ข้างนอกเงียบสนิทไม่มีอะไรผิดปกติ กลิ่นหอมๆ ที่โชยเข้าจมูกทำให้ผมลืมตาหันไปมองมองอุมา ที่นอนตะแคงหันหน้ามาทางผม แขนข้างหนึ่งพาดขึ้นมาบนหน้าอกของผม ผมขยับตัวยกมือขึ้นดูนาฬิกา อุมาก็สะดุ้งตื่นดึงแขนกลับไป ผมขยับตัวนอนตะแคงหันไปทางอุมา อุมาเลิกคิ้วโก่ง ๆ ของตัวเองเหมือนจะถาม
"ไม่มีอะไร เพิ่งห้าทุ่ม" ผมบอกเบา ๆ แล้วหลับตาลง
"โจ.. หนาวจัง.. กอดหน่อยนะ" อากาศเย็นๆ โชยเข้ามาตามร่องไม่ไผ่ อุมาพูดแล้วขยับตัวเข้ามากอดผมไว้หลวมๆ กลิ่นกายของอุมาหอมกรุ่นชัดเจนในจมูกผม ผมลืมตาขึ้นสบตากับดวงตาใส ๆ ของอุมา
"อุมา.." ผมพูดขึ้นอย่างไม่รู้จะพูดอะไร อุมาเลิกคิ้วเห็นรางๆ ปทุมถันอวบใหญ่ครัดเคร่งของอุมาเบียดเข้ากับแผงอกของผมเบาๆ ทำเอาเลือดฉีดไปทั่ว เจ้าหนูที่เมื่อครู่นอนสงบเสงี่ยมเริ่มกระดุกกระดิก
"ไม่ดีมั๊ง เราไม่ใช่พระอิฐ พระปูน นะ อุมา"
"เรารู้" อุมาตอบเบาๆ แล้วเงียบไปอึดใจใหญ่ แล้วอุมาก็ขยับเข้ากอดผมแน่นขึ้น
"โจ.. แม่อยากให้เราแต่งงาน เราไม่อยากแต่งกับคนที่แม่หาให้"
"ทำไมล่ะ" ผมตอบงงๆ
"ไม่รู้ซิ.. เราไม่ชอบ แม่บอกว่าเขามีบุญคุณ เราต้องแต่ง" ผมเงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี อุมาก็เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"เรารู้ว่าเขาช่วยพ่อกับแม่เพราะหวังจะได้ตัวเรา เราคงขัดพ่อกับแม่ไม่ได้ อย่างน้อยเราก็เรียนจบมาด้วยเงินที่เขาให้มานี่แหละ โจ ช่วยเราหน่อยได้มั๊ย"
"ช่วยได้ซิ อุมา เราเพื่อนกันนะ ถ้ายังไงเดี๋ยวเราจะบอกพวกเราให้ เรารับรองเลย..." ผมตอบไม่จบเพราะมือของอุมายกขึ้นมาปิดปากผมไว้ก่อน
"ไม่ใช่ โจ เป็นผู้ชายคนแรกของเราได้มั๊ย"
"เฮ้ย.. อุมา นายบ้าหรือเปล่า" ผมร้อง
"ไม่บ้าซิ" อุมาตอบ ตาจ้องตาผมเขม็ง
"นะ โจ.. " ผมมองเข้าไปในดวงตากลมใสของอุมา
"นายแน่ใจเหรอ อุมา" อุมาพรพยักหน้าตอบ แล้วยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มผมเบาๆ
"แน่ นายคงไม่ปฏิเสธเราหรอกนะ" อุมาพูด
"ใช่ เราไม่เคยปฏิเสธ" ผมรับคำแล้วค่อยๆ กดริมฝีปากผมลงกับปากอิ่มของอุมา
อุมาพรสะดุ้งเมื่อริมฝีปากเราสัมผัสกัน กลั้นลมหายใจเม้มปากนิ่งเมื่อริมฝีปากของผมเคล้าเคลีย อยู่กับริมฝีปากของเธอ แล้วริมฝีปากคู่นั้นก็เผยอออกรับจูบจากผมช้าๆ ผมขยับทรงตัวสอดแขนข้างหนึ่งลอดใต้ตัวอุมาไป แล้วกระหวัดร่างอวบของเธอเข้ามาในอ้อมกอด เนื้อปทุมถันก้อนใหญ่บดเข้ากับหน้าอกแข็งแรงของผม มืออีกข้างของผมลูบไล้ไปตามไหล่ หลังของอุมาเบาๆ ลมหายใจของอุมาร้อนผ่าวหอมกรุ่นโชยออกมาปะทะกับใบหน้าของผมเป็นระยะ ปนกับเสียงครางในลำคอ ผมส่งปลายลิ้นออกไปกระทบกับริมฝีปากของอุมา อุมาเม้มริมฝีปากอีกครู่หนึ่งก่อนที่จะค่อยๆ คลายออกปล่อยให้ปลายลิ้นนุ่มของผมผ่านเข้าไปปัดป่ายที่ไรฟันและลิ้นเล็กๆ ของอุมา มือที่ลูบไล้หลังของอุมาค่อยๆ ลูบไล้เนินสะโพกหนั่นสอดผ่านชายเสื้อยืดเข้าไปจนถึงขอบกางเกง สัมผัสกับผิวราบลื่นหนั่นแน่น อุมาถอนใจเมื่อมือของผมไต่ไล้ตามสีข้างเนียน
ริมฝีปากผมละจากริมฝีปากอวบอิ่มหอมกรุ่นของอุมาแล้วไต่เดียะไปจูบปลายจมูกเชิด ไต่ไปตามสันจมูก จูบเบาๆ บริเวณเปลือกตาแล้วลงมาจามพวงแก้มอิ่ม ในขณะที่มือผมลูบไล้ไล่ขึ้นมาตามสีข้างจนถึงด้านข้างของถันคู่ที่เบียดหน้าอกของผม สัมผัสบอกว่าอุมาปลดเสื้อชั้นในออกไปแล้ว เพราะนิ้วมือของผมสัมผัสกับความอวบหยุ่น แต่ครัดเคร่งของฐานเนินถันได้อย่างถนัดถนี่ ผิวเนื้อกายอุมาราบลื่นตึงเต่ง ปากของผมก็ทำงานไล่ลงมาจูบซุกไซ้อยู่ข้างลำคอระหง อุมาทอดถอนหายใจ เอียงคอรับสัมผัสจากริมฝีปากของผม นัยตาทั้งคู่หลับพริ้ม เป่าปากเบาๆ ผมไซ้รอบๆ คออุมา ดอมดมกลิ่นกายสาวไปพร้อมกับมือข้างที่อยู่ในเสื้อแผ่ออกนวดคลึงอยู่บริเวณฐานถันนุ่มมือ
ผมขยับดึงแขนออก แล้วจัดการกับเสื้อยืดของผมจนพ้นตัวออกไป อากาศเย็นชื่นปะทะกับแผงอกของผม กางเกงตังเกตัวหลวมหลุดออกไปกองทับเสื้อยืดบนพื้นเป็นอันดับต่อมา จากนั้น ผมค่อยๆ เลิกชายเสื้ออุมาขึ้น พอชายเสื้ออุมาพ้นของกางเกงตังเกที่เธอสวมอยู่ ผิวกายนวลเนียนก็พ้นจากสิ่งกำลังมานวลเด่นในแสงวับแวมจากดวงจันทร์เบื้องนอก ผมดันเสื้อยืดออกไปทางศรีษะอุมา แต่ใบหน้าผมลดลงประทับจูบลงตรงหน้าท้องแบนราบแผ่วเบา อุมาสะดุ้งแขม่วท้องเกร็งพร้อมกับส่งเสียงในลำคอ ผมจูบไล่ขึ้นมาตามแนวกลางหน้าท้อง ตามชายเสื้อยืดที่กำลังร่นขึ้นไป จนกระทั่งแก้มสองข้างแทรกสัมผัสกับถันอวบใหญ่ของอุมา ผมใช้ท่อนแขนสองข้างกอบเอาเต้าทั้งคู่ขึ้นมาแนบกับใบหน้าของผม ในจังหวะที่อุมาดึงแขนลงพ้นจากเสื้อแล้วยกศรีษะขึ้น ให้ผมผลักเอาเสื้อยืดตัวนั้นพ้นออกไป ผมทาบตัวลงไปจูบอุมาอีกครั้ง หน้าอกแข็งแรงราบเรียบทาบทับลงไปบนถันอวบใหญ่ของอุมา เม็ดเนื้อปลายยอดเขม็งตัวบดบี้กับหน้าอกของผม เต้าอวบทั้งคู่โดนอกแข็งของผมเบียดจนเนื้อนุ่มแบนราบล้นทะลักออกด้านข้าง มือข้างหนึ่งของผมลูบไล้หน้าท้องแข็งแรง แล้วมาหยุดอยู่ที่ปมเชือกที่รัดเอวกางเกงเอาไว้
"อุมา..." ผมกระซิบข้างหู "แน่ใจหรือเปล่า..."
อุมาไม่ตอบแต่ลืมตาขึ้นจ้องตาผมแน่วแน่ พยักหน้าช้าๆ แล้วผงกศรีษะขึ้นมาประกบริมฝีปากกับผม ผมจูบตอบ แล้วดึงเงื่อนเชือกคลายออก แล้วขยับขอบกางเกงให้คลายกว้าง มือผมลูบไล้ลงไปที่หน้าท้องแล้วลูบลงไป จนกระทบกับขอบดงป่าขนระหว่างง่ามขาของอุมา นิ้วมือเสยสอดผ่านดงขน หนานุ่มจนปลายนิ้วกระทบขอบร่องเนินเนื้ออูม ที่ประกบกันอยู่ ท่อนขาของอุมาบีบเข้าหากัน จนมือผมไม่สามารถแทรกต่อได้จึงวนนิ้วมือตรงยอดรอยประกบเบาๆ หยาดน้ำเหนียวอุ่นซึมขึ้นมาตามรอยแยกจนชุ่ม ริมฝีปากวนเวียนอยู่ที่รอยป้านของถันอล่างของอุมา ปลายลิ้นปาดแผ่วที่ติ่งเนื้อปลายถันที่ลุกรัดตัวชูชัน ท่อนเนื้อของผมเองก็เบ่งพองเต็มที่จนผงกอยู่หงึกๆ ผมฟอนเฟ้นสองเต้าถันนั้นด้วยความตื่นเต้น มันเป็นถันคู่ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเจอ น้ำหนักของมันกดลงจนเนื้อฐานล้นออกด้านข้าง เมื่อฝังหน้าลงบนเนื้อนั้นใบหน้าทั้งหมด ก็แทบจะฝังจมลงบนเนื้ออวบนุ่มครัดเคร่งปายป้านขนาดค่อนข้างใหญ่ รองรองติ่งเนื้อเล็กจิ๋วที่โดนผมเม้มจนลุกชูชัน ปลายนิ้วที่วนเวียนอยู่ที่ร่องอวบอูมเปียกลื่นไปด้วยหยาดน้ำ เหนียวที่หลั่งออกมาจากโพรงหลืบเนื้อ ท่อนขาที่บีบแน่นนั้นก็ค่อยๆ คลายออกจนมือผมสามารถคืบหน้าต่อไป ไล้ไปมาอยู่ที่ขอบเนินเนื้อ ที่ประกบกันอยู่อย่างแผ่วเบา อุมาบิดสะโพกไปมาเหมือนจะให้เนินนูนนั้นพ้นจากนิ้วที่ลูบไล้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากุมศรีษะผมและไล้ไปมา พลางเป่าลมออกจากปากเป็นระยะ
"โจ..จ๋า.. เสียว... " เสียงครางแผ่วๆ
"อูยยย.." ผมเริ่มไซ้จากปลายยอดเต้าอวบลงไปยังฐานล่างที่หนั่นแน่น จูบสลับใช้ลิ้นฉกตวัดแผ่วเบา หน้าท้องอุมาแบนราบเนียนลื่น จนทำให้ผมซุกไซ้อยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะเลื่อนลงไปตามลอนท้องที่แขม่วเป็นลอนตาม จังหวะที่ปลายลิ้นฉกโดนร่างอวบอัดบิดไปมา มือที่อยู่บนศรีษะผมบางลูบไล้ด้วยความรัญจวนใจ ปากและจมูกของผมเลื่อนไหลลงไป ถึงขอบพงขนดกสลวยที่ปกคลุมปากถ้ำไว้มิดชิด กลิ่นหยาดน้ำเหนียวหอมกรุ่นโชยเข้าจมูกผม จนรู้สึกว่าท่อนเนื้อผมเบ่งขยายออกไปได้อีก ปลายลิ้นของผมโลมเลียพงขนดกไปจนถึงบริเวณที่กลีบเนื้อนูนหนั่น ประกบกันแล้ววนรอบจุดนั้น อุมาบิดสะโพกด้วยความเสียว ยกมืออีกข้างขึ้นประคองถันตนเองไว้ หอบหายใจแรง ปลายลิ้นของผมทำงานต่อไป ด้วยการสอดแทรกลงไประหว่างกลีบเนื้อนูนชุ่มฉ่ำ ตวัดปาดไปด้านข้างของกลีบเนื้อทั้งสองข้าง สะโพกของอุมาเกร็งแอ่นขึ้นจนโหนกนูนลอยเด่นอยู่กลางแสงจันทร์ ที่สาดส่องเข้ามารำไร นูนเนินเนื้อที่ประกบกันสนิทโดนลิ้นผมชำแรกผ่านลงไป จนกระทบกับติ่งเนื้อชิ้นที่ขมวดเขม็งอยู่ภายใน ผมเม้มติ่งเนื้อนั้นด้วยริมฝีปาก แล้วฉกปลายลิ้นลงจี้ไปบนติ่งเนื้อนั้น
"อ๊า.........." เสียงอุมาอุทานออกมาทันทีทันใดแล้ว สะโพกอุมาก็แอ่นหยัดขึ้นเต็มที่ บดกลีบเนินนูนและติ่งเนื้อเข้ากับริมฝีปากของผม ปากจิ้มลิ้มอ้าออกกว้างเหมือนจะไล่หาอากาศ ร่างเกร็งหยัก มือกดศรีษะของผมลงกับเนินเนื้ออวบอิ่มแน่น ปลายเท้าจิกลงกับพื้นแคร่ ทั้งร่างสั่นสะท้านเฮือกๆ แล้วเกร็งระริก ครู่ต่อมากจึงค่อยๆ คลายลงราบกับพื้นแคร่อีกครั้งหนึ่ง อ้าปากหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย ก้มลงมาสบตาผม นัยตาหวานฉ่ำเป็นประกาย
"โจ.. โอย.. ดีจัง.." ผมยิ้มให้อุมา แล้วก้มลงฉกปลายลิ้นกวาดไปมาต่อไป ตามร่องรอยแยกที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำเหนียวลื่นปนกับน้ำลายของผมเอง
ร่างงามอวบของอุมาบิดไปมาอีกครั้ง มือข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นไปใช้ฝ่ามือคลึงถันอวบใหญ่ เพื่อเร่งเร้าอารมณ์ อุมาแอ่นอกขึ้นรับฝ่ามือหยาบของผม และยกมือตนเองขึ้นทาบทับบีบกระชับ หลังมือผมเป็นจังหวะ ผมลากปลายลิ้นไปวนรอบช่องเนื้อที่ปิดสนิท สะโพกอุมาก็แอ่นกระดกขึ้นลงตามจังหวะที่ลิ้นผมกวาดผ่าน โพรงเนื้ออ่อนนุ่ม หลั่งน้ำรักเหนียวออกมาชะโลมลิ้นและปากผม จนเนืองนองไหลย้อยลงไปด้านล่าง ผมใช้ลิ้นตามกวาดหยาดน้ำที่ไหลรินนั้นลงไป ตามรอบแยกแล้วกวาดหยาดรักของอุมา แต่ดูเหมือนว่ายิ่งกวาดเก็บเท่าไร หยาดน้ำนั้นก็ยิ่งไหลรินมากขึ้น พร้อมกับสะโพกของอุมาที่กระดกขึ้นลง มืออ่อนนุ่มทั้งสองข้างลงมากดศรีษะผมไว้ พลางผงกศรีษะขึ้นมาดูและสูดปากเป่าลมด้วยความเสียวซ่าน
"อูย.. โจ.. ใจจะขาด.." เสียงอุมาแผ่วโหยกระท่อนกระแท่น
ผมลุกขึ้นจากที่คู้เข่า แล้วขึ้นบนแคร่ไม้ไผ่ไปคู้เข่าระหว่างขาอวบของอุมา อุมามองตามร่างผมด้วยนัยตาหยาดเยิ้ม แต่ก็ต้องเบิกตาขึ้นเมื่อเห็นท่อนเนื้อที่ผงาดอยู่กลางหว่างขาของผม แล้วกลืนน้ำลายลงคอ ผมขยับแทรกเข่าเข้าใต้ท่อนขาอ่อนของอุมา โน้มตัวไปข้างหน้าใช้มือข้างหนึ่ง ท้าวลงข้างไหล่กลมกลึงของอุมา แล้วนำทางท่อนเนื้อเข้าสู่กลีบเนื้อนูนอวบ ผมจับท่อนเนื้อให้ส่วนปลายที่พองบาน จรดจ่อกับปากช่อง แล้วปาดไปมาให้หยาดน้ำเมือกเหนียวชะโลมส่วนหัวของท่อนเนื้อจนทั่วก่อนจะค่อยๆ ออกแรงกดท่อนเนื้อนั้นลงไปสู่ช่องทางอันชุ่มชื้นอบอุ่นของอุมา ปลายหัวพองบานแทรกลงไประหว่างกลีบเนื้อที่ปิดประกบกันอยู่ ดันเอากลีบเนื้อนูนแบะถ่างเปิดทางให้ท่อนเนื้อไหลลงไปสู่ปากทางถ้ำเนื้อ อุมาขยับมือขึ้นมาเกาะกุมแขนผมไว้ และสะดุ้ง กัดฟันเมื่อท่อนเนื้อพองเกร็ง เริ่มแทรกเข้าไปในช่องเนื้อของเธอ ตาทั้งคู่ปิดลงแนบแน่นพอๆ กับคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากัน ผมงอข้อศอกแขนข้างที่ดันพื้น ให้ตัวลดต่ำลงจนหน้าอกแข็งแรงทาบลงไป จนรู้สึกถึงความอุ่นจากถันอวบงามของอุมา ที่เบียดเข้าหา มืออีกข้างประกบช้อนเอาถันงามประคองให้ตรงกับปาก ที่ประกบลงไปที่ป้านปลายถัน แล้วใช้ลิ้นกระหวัดพริ้วแผ่วตรงปลายยอดติ่งที่ถัน อุมาผวาตัวบดถันข้างนั้นเข้าหาลิ้นผมพลางสูดปากยาว ท่อนเนื้อของผมเดินหน้าเข้าไปทีละนิด ส่งให้ส่วนที่พองบานแหวกผนังถ้ำโพรงออก ให้ส่วนที่พองนั้นแทรกผ่านเข้าไปเรื่อยๆ อุมาขยับสะโพก ส่ายเหมือนจะหลบเลี่ยงจากท่อนเนื้อของผมที่ปักชำแรกช่องทางของเธออยู่ ผมยกสะโพกขึ้นนิดหนึ่ง ทำให้ท่อนเนื้อขยับถอยออกแล้วเกร็งกดเดินหน้าต่อ ท่อนเนื้อขรุขระจึงค่อยๆ ไหลเข้าไปในร่างอวบของอุมา
"โอะ.." อุมาอุทานอึกอักเมื่อส่วนบานของท่อนเนื้อของผมผลุบหายเข้าไปข้างในร่างของเธอ ผมต้องหยุดสะโพกนิ่งไว้ เพราะโพรงถ้ำบีบกระชับรัดแน่นเหมือนจะต่อต้านสิ่งใหญ่โตที่บุกรุกเข้าไป ขาทั้งสองข้างของอุมาแบะออกกว้างเหมือนจะให้ช่องทางแคบๆ นั้นเบิกขยายให้รับกับท่อนเนื้อที่ชำแรกเข้าไป เม้มฟันลงมากัดริมฝีปากล่างจนแน่น คิ้วขมวดจนแทบจะเป็นปมด้วยความเจ็บแปลบ ผมจูบประทับลงบนริมฝีปากคู่นั้น อุมาจึงเปิดปากขึ้นรับจูบด้วยความดูดดื่ม ฝ่ามือผมวนอยู่ที่ส่วนบนของถันอวบอุ้งมือหยาบถูไถติ่งเนื้อปลายถันไปมาจนอุมาแอ่นอกขึ้นเบียดกับฝ่ามือผม
แรงบีบเค้นภายในช่องเนื้อเริ่มผ่อนคลายลงแล้ว ผมจึงขยับถอยนิดหนึ่ง อุมายกสะโพกขึ้นตามในจังหวะที่ผมค่อยๆ กดสะโพกดันท่อนเนื้อเคลื่อนไปข้างหน้า ลำท่อนขรุขระเบียดกลีบเนื้ออ่อนนุ่มของอุมาย่นยู่ในขณะที่ลำตัว เคลื่อนเข้าไปทีละน้อย ครูดเอาด้านข้างของผนังเนื้ออ่อนไปตลอดทาง จนอุมาต้องสูดปากครางด้วยความเสียว ผมดันเข้าไปเล็กน้อยแล้วขยับถอยนิดหนึ่ง ก่อนที่จะดันเดินหน้าต่อ อุมายกสะโพกตาม เป็นจังหวะที่ผมทำเหมือนจะถอยถอน ตอนที่สะโพกผมกดลง อุมาก็หลุบสะโพกเหมือนจะหลบเลี่ยงจากท่อนเนื้อของผมที่เคลื่อนที่ชำแรกผ่าน หยาดน้ำเหนียวของอุมา ชะโลมอาบท่อนเนื้อของผมจนไหลรินล้นออกมาด้านข้าง ในขณะที่โพรงเนื้อภายในถ้ำก็บีบรัดเ ค้นเอาท่อนเนื้อที่ชำแรกรุกเข้าไปเรื่อย ๆ ดังจะบีบให้อ่อนแรง แต่กลับทำให้ความรู้สึกเสียวท่อนเนื้อมากขึ้นจนตัวท่อนเนื้อเองเหมือนกับจะพองตัวต้านกับแรงบีบเค้นภายใน ท่อนลำตัวที่ขรุขระด้วยเส้นเลือดจึงครูดเอาผนังเนื้ออ่อน จนอุมาต้องกัดฟันสูดปากระงม
ท่อนเนื้อขรุขระ เบียดแทรกเข้าในเนินอูมอันอบอุ่นไปจนเกือบหมดความยาวของมัน เส้นขนดกของอุมาปัดป่านกับพงขนของผมตามจังหวะ ที่อุมาส่ายสะโพกไปมาด้วยความเสียว อกอวบใหญ่แอ่นขึ้นเบียดกับอกแข็งแรงของผมไม่หยุด ผมกัดฟันโยกสะโพกไปข้างหลัง ทำให้ท่อนเนื้อขรุขระถอนออกมาจาโพรงเนื้อ อุมาเสียวซ่านจนต้องยกสะโพกตาม ผมจึงกดสะโพกสวนทางส่งท่อนเนื้อขรุขระ แทรกเบียดเนื้อกลีบเนื้อของอุมาเข้าไปจนสุดความยาว อุมาร้องอึกอักหน้าแหงนเชิด คว้าตัวผมกอดแน่น หนอกเนื้อของเรากระทบเบียดกันแน่น จนพงขนประสานกันแบนราบท่อนเนื้อขรุขระ กระตุกหงึกหงักอยู่ภายในโพรงเนื้อ อบอุ่นของอุมาที่บีบรัดมันเป็นจังหวะ ปลายท่อนเนื้อของผมยันเข้ากับผนังถ้ำ ภายในจนรู้สึกเหมือมีนิ้วเล็กๆ มาเขี่ยมันอยู่ข้างใน ผมส่ายสะโพกเบาๆ ช้าๆ ให้หนอกเนื้อและพงขนของผมบดขยี้กับเนินเนื้ออวบและติ่งเนื้อไวความรู้สึก ที่หยัดอยู่ตรงกลาง ท่อนเนื้อขรุขระที่พองแข็งหมุนควาน อยู่ภายในช่องทางตีบแคบ อุมาสูดปากแล้วยกขาขึ้นกระหวัดรอบสะโพกของผมพยายามกดไม่ให้ผมขยับไหวสะโพก แต่ก็เท่ากับทำให้ช่องโพรงเนื้อนุ่มกระชับบีบมากขึ้น
ผมค่อยๆ ดึงสะโพกกลับให้ท่อนเนื้อ ถอนถอยออกมาจากโพรงเนื้อ หยาดน้ำเหนียวที่หลั่งรินออกมาภายในอาบชะโลมท่อนเนื้อของผมจนเปียกลื่น เห็นมันปลาบอยู่ในแสงรำไร อุมายกสะโพกให้เนินเนื้อนูนอวบแอ่นขึ้นตามท่อนเนื้อที่ถอยออก จนกระทั่งส่วนขอบ หลุดออกมาข้างนอกผมจึงกดสะโพกส่งท่อนเนื้อชำแรกสวนเข้าไปเนิบนาบ ท่อนเนื้อของผมเบิกทางช่องเนื้อนุ่มและเคลื่อนเข้าสู่ด้านในเนิบนาบ ส่วนปลายที่พองบาน และท่อนลำขรุขระครูดเอาเนื้ออ่อนและกลีบเนื้อด้านข้าง หลุบลู่ตามท่อนเนื้อ อุมาครางยาวตามจังหวะที่ท่อนเนื้อเคลื่อนผ่าน พอท่อนเนื้อเข้าไปจนโหนกเนื้อ ผมบดเบียดกับโหนกนูนของอุมา ผมก็ส่ายสะโพกควงให้ท่อนเนื้อของผมควงควานด้านในและหนอกเนื้อผมบดลงกับกลีบเนื้อและติ่งไตของอุมา จนอุมาต้องแอ่นสะโพกขึ้นรับ
ผมเดินจังหวะเนินนาบอยู่ครู่ใหญ่ จึงขยับตัวทาบลงไปให้อกอวบใหญ่ ของอุมานาบไปกับอกผม แขนสองข้างกระหวัดร่างอุมาเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด อุมาใช้ขารัดสะโพกของผมเอาไว้ แล้วยกแขนขึ้นกอดผมพร้อมกับผงกหัวขึ้นจูบคางผม จนผมต้องก้มลงประทับริมฝีปากกับริมฝีปากอวบ
"โจ.. จ๋า. เสียว.. จะ.ขาด... ใจ.." อุมาครางลอดริมฝีปากที่ประกบกันอยู่
ผมเริ่มเร่งจังหวะสะโพกให้เดินหน้าเร็วขึ้น หยาดน้ำเหนียวหลั่งล้นออกมาชะโลมพงขน ของเราจนเปียก แต่ก็ช่วยให้ท่อนเนื้อของผม แทรกผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ผมบังคับจังหวะสะโพกให้เดินหน้าถอยหลังยาวๆ ส่งให้ท่อนเนื้อผมถอนถอย และเคลื่อนเข้าจนสุดความยาวอันขรุขระของมัน ปลายส่วนหัวท่อนเนื้อกระทบกับผนังด้านในเป็นจังหวะ ทำให้อุมาถอนหายใจเฮือกๆ ผมใช้แขนข้างหนึ่งตวัดเกี่ยวข้อเข่าของอุมาไว้ แล้วยกแขนขึ้นทำให้กลีบเนื้อของอุมาอ้าเผยอออกจากกันมากขึ้น ท่อนเนื้อของผมจึงชำแรกเข้าไปลึกขึ้น จังหวะที่ท่อนเนื้อนั้นสอดแทรกเข้าไป จนสุดผมก็ส่ายสะโพกควงให้ส่วนปลายกวัดไกวอยู่ภายในช่องอบอุ่น อุมาครางโอยๆ ตามจังหวะที่ท่อนเนื้อของผมเคลื่อนแทรกเข้าไป ภายในช่องโพรงบีบเคล้นท่อนเนื้อของผมอยู่ตลอดเวลา เพิ่มความเสียวซ่านให้แผ่ขยายจากท่อนเนื้อไปจนทั่วลำตัว ผมเร่งจังหวะให้ท่อนเนื้อเคลื่อนเข้าออกเร็วขึ้น และเพิ่มแรงในจังหวะที่ท่อนเนื้อแทรกเข้าในร่างอวบของอุมาด้วย จนหนอกเรากระทบกันในจังหวะที่ท่อนเนื้อเคลื่อนเข้าจนสุด
อุมารักขากระชับสะโพกของผมแน่นขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวสะบัดไปมา ความเสียวของผมก็ทวีขึ้นอย่างรวดเร็วในบริเวณท่อนเนื้อ และท้องน้อย ผมเกร็งเอวดันท่อนเนื้อเข้าไปจนสุดแล้วถอนถอยออกมาจนท่อนเนื้อแทบหลุดจากโพรงเนื้อ ก่อนที่จะกดชำแรกเข้าไปอีก ท่อนเนื้อครูดเอาเนื้อนุ่มจนผมรู้สึกหนอกเนื้อบดอัดกันแนบแน่น ความเสียวซ่านดาลใจพุ่งทะยานขึ้นมาจากภายใน ผมต้องเร่งจังหวะเอวให้ท่อนเนื้อเคลื่อนไปมาให้เร็วขึ้น อุมาก็ยกสะโพกขึ้นต้านทานการรุกล้ำของท่อนเนื้อขรุขระเป็นจังหวะ
ผมเกร็งเอวและสะโพกขยับเคลื่อนเร็วขึ้น ส่งให้ท่อนเนื้อถอยถอน และชำแรกเข้าในร่างอวบอัดของอุมาแรงขึ้น อุมาครางอย่างเสียวซ่าน ขารัดสะโพกของผมไว้ขณะส่ายสะโพกไปมา ผมรู้สึกว่าความเสียวซ่านพุ่งทะยานออกมาจากด้านใน จึงต้องเกร็งสะโพกกดกระหน่ำลงบนเนินเนื้อของอุมา ปลายท่อนเนื้อเสียววูบวาบเป็นสัญญาณว่า ความหฤหรรษ์สุดยอดกำลังมาถึง จึงเกร็งตัวส่งท่อนเนื้อเข้าออกถ้ำโพรงอบอุ่นของอุมา อุมาใช้ขารัดสะโพกของผม ใบหน้างามส่ายสะบัดด้วยความเสียว ถันคู่อวบใหญ่ไหวกระเพื่อมตามแรงที่หนอกเนื้อของผมกระแทกกระทบเนินเนื้อ แล้วอุมาก็กระตุกเฮือก โพรงเนื้ออ่อนนุ่มบีบกระชับ แขนขารักร่างผมเข้าหาแนบแน่น ท่อนเนื้อของผมเสียววาบ ๆ ด้วยช่องเนื้ออบอุ่นของอุมาบีบเค้นรัดท่อนเนื้อผมอยู่ภายใน ผมเกร็งสะโพกสู้กับแรงรัดของอุมาขยับสะโพกเคลื่อหน้าหลังยาวและหนักหน่วง ร่างอวบของอุมาที่เกร็งสะท้าน สั่นระริกสะเทือนไหวด้วยแรงที่ผมดันท่อนเนื้อเข้าไป แล้วหยาดความรักของผมก็ฉีดกระหน่ำออกมาขากข้างใน ผ่านท่อนเนื้อขรุขระจนรู้สึกอุ่นวาบ ท่อนเนื้อที่เกร็งพองเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นอีก ในจังหวะที่หยาดรักขุ่นขาว ฉีดออกจากช่องปลายหัวพองบานของท่อนเนื้อ พุ่งเข้ากระทบกับภายในช่องเนื้อของอุมาที่บีบเค้นท่อนเนื้อผม อุมาสูดปาก ร่างอวบงามผวาขึ้น แขนทั้งคู่กอดรัดผมแน่นจนอกอวบใหญ่บดเบียดกับอกผมแน่นจนรู้สึกได้ ถึงติ่งปลายถันที่แข็งเขม็งกดลงที่หน้าอ กของผม ขาทั้งคู่รักเกร็งแน่น ในขณะที่ท่อนเนื้อของผมฉีดหยาดรัก พุ่งเข้าสู่ภายในอย่างท่วมท้นรุนแรง ผมกดท่อนเนื้อเข้าไปจนสุด และขยับสะโพกส่ายไปมา ด้วยความเสียวซ่าน ครางยาวในลำคอเมื่อช่องทางแคบของอุมารัดเอาท่อนเนื้อของผม เหมือนกับจะดูดกลืนมันเข้าไปด้วย ความเสียวซ่านทำให้หยาดน้ำรักขาวขุ่นฉีดพุ่งออกไปเป็นจังหวะ ๆ ยาวเหยียด ผมก้มลงประทับจูบอุมาพรแนบแน่น
ตอนสาย คนของผมสามคนเดินคุ้มกันกลุ่มทำงานของอุมาพร ไปส่งที่ช่องทางผ่านบริเวณชายแดน ทั้ง 5 คนหอบข้าวของพะรุงพะรังไม่เว้นอุมาพรที่ดูตาโรยแรง แต่ดูกระฉับกระเฉง ใบหน้าเอิบอิ่มเอมใจ ก่อนไปหันมาสบตาผมและยิ้มให้ครั้งหนึ่ง ในสายตาของผมดูเหมือนอุมาพรจะพยายามให้เป็นปกติที่สุด แต่ผมแน่ใจว่าเธอคงอ่อนเพลียและเดินไม่ถนัดนัก ก็ครั้งแรกของเราเมื่อคืนกว่าจะพักก็ร่วมตีสาม แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ อุมาพรคงทำงานที่นี่อีกเป็นเดือน
